ไดอะแฟรมคลัตช์

รายละเอียดไดอะแฟรมคลัตช์

 
 

การทำงานของคลัตช์
ผลของการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งในโครงสร้างของรถยนต์ ทำให้ส่วนประกอบของคลัตช์ในทุกวันนี้ต้องตอบสนองความต้องการมากมายที่มีผลอย่างมากต่อความสะดวกสบายในการขับขี่รถยนต์ ซึ่งได้แก่ การสตาร์ทที่นิ่มนวล การเปลี่ยนเกียร์ที่ฉับไว การลดการสั่นสะเทือนและเสียงรบกวน ผู้ออกแบบได้เตรียมพร้อมสำหรับความต้องการเหล่านี้แล้ว คลัตช์สมัยใหม่ได้รับการกำหนดรูปแบบให้มีความต้านทานความเร็ว อัตราการส่งกำลังสูงที่เชื่อถือได้ ความสูงโดยรวมต่ำ แรงจับของคลัตช์ต่ำ และอายุการใช้งานที่ยาวนาน ส่วนประกอบหลักของคลัตช์คือ แผ่นกดคลัตช์ ล้อช่วยแรง และแผ่นผ้าคลัตช์

แผ่นกดคลัตช์พร้อมด้วยล้อช่วยแรงและแผ่นผ้าคลัตช์รวมกันเป็นระบบเสียดทานและยึดติดกับล้อช่วยแรงด้วยโบลท์ในเสื้อคลัตช์ ในชุดเกียร์ได้ แผ่นกดคลัตช์ช่วยให้มั่นใจว่าแรงบิดของเครื่องยนต์จะส่งผ่านแผ่นผ้าคลัตช์ไปยังเพลาส่งกำลังเข้าในชุดเกียร์ ในทศวรรษที่ 70 คลัตช์ไดอะแฟรมสปริงได้ช่วยให้ไม่ต้องใช้โบลท์สปริงในรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ในปัจจุบันแรงกดที่ต้องใช้ในการส่งผ่านแรงบิดเครื่องยนต์ได้รับจากไดอะแฟรมสปริง คนขับจะรู้สึกถึงผลของไดอะแฟรมสปริงได้อย่างชัดเจน เพราะใช้แรงกดบนแป้นคลัตช์น้อยลงเนื่องจากแรงในการจับลดน้อยลง โครงสร้างและรูปแบบของการกระตุ้นการทำงานของคลัตช์เป็นตัวกำหนดว่า คลัตช์ไดอะแฟรมสปริงที่มีเป็นแบบกดหรือแบบดึง

คลัตช์ไดอะแฟรมสปริงแบบเดิมของ LuK เป็นคลัตช์แบบกด ในกรณีนี้ ดุมแบบเหลี่ยมจะล็อคเข้ากับพูลเล่ย์สายพานร่องรูปตัววีบนเพลาข้อเหวี่ยง ล้อช่วยแรงจะส่งผ่านเสื้อคลัตช์ไปยังล้อช่วยแรงที่ล็อคอยู่ แผ่นหน้าสัมผัสถูกกดติดกับเสื้อคลัตช์ด้วยหวีคลัตช์ ลูกเบี้ยวที่อยู่บนแผ่นหน้าสัมผัสจะยื่นผ่านช่องเปิดในเสื้อคลัตช์ ไดอะแฟรมสปริงด้านนอกจะวางอยู่บนลูกเบี้ยวเหล่านี้ และถูกกดติดกับเสื้อคลัตช์ด้วยโบลท์และแหวน ลูกปืนกดคลัตช์จะวางอยู่บนเส้นผ่าศูนย์กลางด้านนอกของดุมแบบเหลี่ยมและสามารถเคลื่อนที่ได้ แรงบิดจะถูกส่งไปยังเพลาส่งกำลังเข้าผ่านทางแผ่นผ้าคลัตช์ เพลานี้เป็นเพลากลวงและอยู่บนส่วนต้นของเพลาข้อเหวี่ยงระหว่างคลัตช์กับเครื่องยนต์